วันเสาร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2555
แบบทดสอบ
ข้อที่ 1) ข้อใดเป็นประโยชน์ของอินเทอร์เน็ต
1. เป็นแหล่งสำหรับค้นหาความรู้ขนาดใหญ่
2. สามารถสื่อสารกันเพื่อนๆ ที่อยู่ห่างไกลได้ในเวลาอันสั้น
3. มีของฟรีแจกจ่าย เช่น ไฟล์ติดตั้งโปรแกรม
4. ถูกทุกข้อ
ข้อที่ 2) โปรโตคอล หรือ ภาษากลางที่ใช้เป็นตัวกลางในการสื่อสารระหว่างเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้น คือ โปรโตคอลใด
1. โปรโตคอล HTTP
2. โปรโตคอล XML
3. โปรโตคอล TCP/IP
4. ไม่มีข้อใดถูก
ข้อที่ 3) ข้อใดคือความหมายของคำว่า "โดเมนเนม " (Domain Name)
1. เป็นชื่อโปรโตคอลที่คอมพิวเตอร์ใช้สื่อสารกัน
2. เป็นชื่อข้อมูลแต่ละชิ้นที่ส่ง-ไปตามเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
3. เป็นชื่อที่ใช้เรียกแทนตัวเลขไอพีแอดเดรสของเครื่อง
4. ไม่มีข้อใดถูก
ข้อที่ 4) 192.168.1.99 หมายเลขดังกล่าวคืออะไร
1. หมายเลขประจำเครือข่ายคอมพิวเตอร์
2. หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์
3. หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อเครือข่าย
5. หมายเลขประจำเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
ข้อที่ 5) ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของการเชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์
1. โมเด็ม
2. เครื่องลูกข่าย (Client)
3. เครื่องเซิร์ฟเวอร์
4. เครื่องเวิร์คสเตชั่น
ข้อที่ 6) สาย Lead Line เหมาะสำหรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ณ สถานที่ใด
1. เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัวของที่บ้าน
2. ในองค์กรหรือบริษัทที่ใช้งานคอมพิวเตอร์หลายๆ เครื่อง
3. ในสถานศึกษาที่ให้บริการห้องคอมพิวเตอร์
4. ถูกทั้ง ข และ ค
ข้อที่ 7) สำหรับ URL ของเว็บเพจ http://www.singburivc.ac.th/home/index.php ส่วนใด คือส่วนที่เป็น Host name ของ URL
1. http
2. www.singburivc.ac.th
3. home
4. index.php
ข้อที่ 8) สำหรับ URL ของเว็บเพจ http://www.singburivc.ac.th/home/index.php ส่วนใดคือส่วนที่เป็น "ส่วนระบุตำแหน่ง" ของ URL
1. http
2. www.singburivc.ac.th
3. home
4. index.php
ข้อที่ 9) สำหรับตัวย่อนามสกุลชอง URL ที่เป็น .net นั้น บอกเราได้ว่าเจ้าของเว็บไซต์มาจากองค์กรใด
1. เป็นบริษัท
2. เป็นองค์กรรัฐบาล
3. เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่เป็นเกตเวย์ หรือจุดเชื่อมต่อเครือข่าย
4. เป็นสถาบันการศึกษา
ข้อที่ 10) เว็บไซต์ www.boga.gov บอกเราได้ว่าเจ้าของเว็บไซต์มาจากองค์กรใด
1. เป็นบริษัท หรือองค์กรพาณิชย์
2. เป็นองค์กรรัฐบาล
3. เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่เป็นเกตเวย์ หรือจุดเชื่อมต่อเครือข่าย
4. เป็นสถาบันการศึกษา
ข้อที่ 11) ปุ่มคำสั่งใดบน Inrenet Explorer ที่ควรเลือกใช้ เมื่อมีปัญหาในการโหลดเว็บเพจ
1. ปุ่ม Favorites
2. ปุ่ม History
3. ปุ่ม Refresh
4. ปุ่ม Search
ข้อที่ 12) หากต้องการกระโดดไปยังหน้าเว็บเพจที่เคยเปิดชมเมื่อวานนี้ ควรเลือกใช้ปุ่มคำสั่งใด
1. ปุ่ม Go To
2. ปุ่ม History
3. ปุ่ม Refresh
4. ปุ่ม Search
ข้อที่ 13) ป๊อบอัพ คืออะไร
1. เป็นหน้าคำเตือนของ lnternet Explorer ก่อนเข้าใช้งานเว็บไซต์
2. ไวรัสประเภทหนึ่งเมื่อเราเข้าไปยังเว็บไซต์ใต้ดินต่าง ๆ
3. หน้าต่างเว็บใหม่ที่เปิดขึ้นมาในระหว่างที่เราท่องเว็บอยู่
4. โปรแกรมเสริมการทำงาน
ข้อที่ 14) เราจะดาวน์โหลดไฟล์ในอินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัยได้อย่างไร
1. เลือกเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือ และรู้จักกันดี
2. เลือกเว็บไซต์ที่มีไฟล์ให้ดาวน์โหลดจำนวนมาก
3. กำหนดให้มีการแจ้งเตือนทุกครั้งที่มีการดวาน์โหลด
4. ถูกทั้ง ก และ ค.
ข้อที่ 15) www.google.co.th สามารถค้นหาสิ่งใดได้บ้างบนอินเทอร์เน็ต
1. เว็บเพจและไฟล์ภาพ
2. ไฟล์ภาพและกลุ่มข่าว
3. ไฟล์ชนิดต่างๆ อย่างเจาะจง
4. ถูกทุกข้อ
ข้อที่ 16) ไฟล์วอล์ (Firewall) คืออะไร
1. ระบบป้องกันผู้บุกรุก
2. ระบบป้องกันไวรัส
3. ระบบป้องกันไฟฟ้า
4. ระบบป้องกันไฟเกิน
ข้อที่ 17) การสนทนาผ่านอินเทอร์เน็ตมีกี่รูปแบบ
1. 2 รูปแบบ
2. 3 รูปแบบ
3. 4 รูปแบบ
4. 5 รูปแบบ
ข้อที่ 18) โปรแกรมใดไม่ใช่โปรแกรมสำหรับสนนทนาผ่านอินเทอร์เน็ต
1. Windows Live Messenger
2. Yahoo Messenger
3. sanook QQ
4. Internet Explprer
ข้อที่ 19) ไวรัสคอมพิวเตอร์ คืออะไร
1. โปรแกรมคอมพิวเตอร์ชนิดหนึ่ง
2. โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีลิขสิทธิ์
3. โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่พยายามเข้ามาในเครื่อง
4. โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ทำงานผิดพลาด
ข้อที่ 20) ข้อใดไม่ใช่โปรแกรม Anti Virus
1. Norton
2. Nero
3. Mcafee
4. Nod32
ข้อที่ 21) Bit torrent คืออะไร
1. โปรแกรมแลกเปลี่ยนไฟล์ผ่านระบบเครือข่าย
2. โปรแกรมแลกเปลี่ยนไฟล์ผ่านอินเทอร์เน็ต
3. โปรแกรมรับส่งข้อมูลผ่านระบบเครือข่าย
4. โปรแกรมรับส่งข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต
ข้อที่ 22) ข้อใดเป็นโปรแกรมประเภท Bit torrent
1. Download Manager
2. Bit Comet
3. Bit Tracker
4. Orbit
ข้อที่ 23) E - Mail คืออะไร
1. จดหมายทางไกล
2. จดหมายอินเทอร์เน็ต
3. จดหมายอิเล็กทรอนิกส์
4. จดหมายข้อมูล
ข้อที่ 24) ข้อใดไม่ใช่ E - Mail
1. singburi@singburivc.ac.th
2. Singburi.sing@singburivc.com
3. singburi.singburivc.ac.th
4. Singburi-123@singburivc.ac.th
ข้อที่ 25) เว็บใดไม่สามารถสมัครใช้บริการ E - Mail ได้
1. www.singburivc.ac.th
2. www.hotmail.com
3. www.yahoo.com
4. www.gmail.com
เขียนโดย rose ที่ 22:22 0 ความคิดเห็น
ส่งอีเมลข้อมูลนี้BlogThis!แบ่งปันไปที่ Twitterแบ่งปันไปที่ Facebook
ทดสอบความรู้ 50 ข้อ
คำชี้แจง ให้นักศึกษาเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว
1. ข้อใดให้ความหมายของอินเทอร์เน็ตได้ถูกต้องที่สุด
ก. เครือข่ายคอมพิวเตอร์
ข. ไซเบอร์สเปช
ค. กลุ่มของคอมพิวเตอร์
ง. การส่งข้อมูลจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่ง
2. การพัฒนาระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบอินเตอร์เน็ต เริ่มขึ้นครั้งแรกที่ประเทศใด
ก. รัสเซีย
ข.สหรัฐอเมริกา
ค.เยอรมัน
ง.ฝรั่งเศส
3. สัญญาณในคอมพิวเตอร์เป็นสัญญาณชนิดใด
ก.อนาล็อก
ข.ดิจิตอล
ค.ไฮบริค
ง.ไฟฟ้า
4.ข้อใดเป็นประโยชน์ของอินเทอร์เน็ต
ก.เป็นแหล่งสำหรับค้นหาความรู้ขนาดใหญ่
ข.สามารถสื่อสารกันเพื่อนๆ ที่อยู่ห่างไกลได้ในเวลาอันสั้น
ค.มีของฟรีแจกจ่าย เช่น ไฟล์ติดตั้งโปรแกรม
ง.ถูกทุกข้อ
5.โมเด็ม คืออะไร
ก. อุปกรณ์แปลงสัญญาณชนิดหนึ่ง
ข.เครื่องมือในเล่นอินเตอร์เน็ต
ค.เครื่องมือในการส่งข้อมูล
ง.อุปกรณ์แปลงสัญญาณทั้งสัญญาณ อะนาล็อกและดิจิตอล
6.อุปกรณ์ที่เปรียบเสมือนทางด่วนของข้อมูลในระบบอินเตอร์เน็ตคือข้อใด
ก.สายโทรศัพท์
ข.สายสัญญาณ
ค.สายไฟฟ้า
ง. Hub
7.ภาษาที่ใช้สื่อสารกันระหว่างคอมพิวเตอร์คือข้อใด
ก. อาร์พาเน็ต
ข. โพรโทคอล
ค.ไอพีแอดเดรส
ง. ไทยสาร
8.World Wide Web (www) มีความหมายตรงกับข้อใด
ก. Web ระดับสากลหรือ web ระดับโลก
ข.การเชื่อมต่อสายสัญญาณไปทั่วโลก
ค.รูปแบบของอินเตอร์เน็ตอีกแบบหนึ่ง
ง.การเชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบใยแมงมุม
9. IP Address หมายถึงข้อใด
ก.หมายเลยประจำตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ที่เชื่อมต่ออยู่ในเครือข่าย
ข.โพรโทคอลที่ใช้ในการเชื่อมโยงเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
ค.หมายเลขประจำของเครื่องเซิร์ฟเวอร์
ง.ที่อยู่บนอินเทอร์เน็ต
10.ส่วนใดของโปรแกรม Internet Explorerที่ใช้ในการพิมพ์ชื่อเว็บไซต์
ก.E-Mail
ข.Address
คSearch Web
ง. Menu bar
11.ชื่อของ Web site ที่ลงท้ายด้วย .ac.th ตรงกับข้อใด
ก. เป็น Web ที่เกี่ยวกับการศึกษาในประเทศไทย
ข. เป็น Web ที่เกี่ยวกับผู้ให้บริการเครือข่ายในประเทศไทย
ค. เป็น Web ที่เกี่ยวองค์กรของรัฐในประเทศไทย
ง. เป็น Web ที่เป็นหน่วยงานเอกชน
12.ในโปรแกรม Internet Explorer ปุ่มเครื่องมือ Refresh ทำหน้าที่อะไร
ก. ไปยังเวปหน้าถัดไป
ข. หยุดการดาวน์โหลดข้อมูล
ค. ดาวน์โหลดข้อมูลในหน้านั้นใหม่อีกครั้ง
ง กลับไปยังเว็บเพจหน้าที่ผ่านมา
13.หน้าแรกของเว็บเพ็จ (Web Page) เรียกว่าอะไร
ก. http
ข.Home Page
ค.Web Site
ง.Home Site
14.ข้อใดคือตัวอย่างของเว็ป Search Engine
ก.narak.com
ข.chaiyo.com
ค.google.co.th
ง.thaiware.com
15.คำสั่งใดใช้ในการเก็บเว็บไซต์ที่น่าสนใจไว้ใช้งานครั้งต่อไปอย่างรวดเร็ว
ก.History
ข.Search
ค.Favorites
ง.Refresh
16.การปรับภาษาให้เป็นภาษาไทย ใช้คำสั่งใด
ก.Encoding
ข.go to
ค.Favorites
ง.Refresh
17.ข้อใดเป็นบริการที่เราสามารถใช้ได้บนอินเตอร์เน็ต
ก.อ่านข่าวสาร ความรู้และบันเทิง
ข.รับส่งข้อความและสั่งซื้อสินค้า
ค.ดูหนังฟังเพลงและเล่นเกม
ง.สามารถใช้บริการได้ทุกข้อ
18.ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์หมายถึงข้อใด
ก.การพิมพ์จดหมายด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์
ข.การส่งข้อความถึงกันโดยส่งผ่านคอมพิวเตอร์
ค.จดหมายที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง
ง.การใช้ครื่องคอมพิวเตอร์ส่งจดหมาย
19.E - mail ย่อมาจากคำว่าอะไร
ก.Economic Mail
ข.Explorer Mail
ค.Education Mail
ง.Electronic Mail
20.ข้อใดคือความหมายของคำว่า "โดเมนเนม " (Domain Name)
ก. เป็นชื่อโปรโตคอลที่คอมพิวเตอร์ใช้สื่อสารกัน
ข.เป็นชื่อข้อมูลแต่ละชิ้นที่ส่ง-ไปตามเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
ค.เป็นชื่อที่ใช้เรียกแทนตัวเลขไอพีแอดเดรสของเครื่อง
ง.ไม่มีข้อใดถูก
21. 192.168.1.99 หมายเลขดังกล่าวคืออะไร
ก. หมายเลขประจำเครือข่ายคอมพิวเตอร์
ข.หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์
ค.หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อเครือข่าย
ง.หมายเลขประจำเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
22. ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของการเชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์
ก.โมเด็ม
ข. เครื่องลูกข่าย (Client)
ค. เครื่องเซิร์ฟเวอร์
ง. เครื่องเวิร์คสเตชั่น
23. สาย Lead Line เหมาะสำหรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ณ สถานที่ใด
ก.เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัวของที่บ้าน
ข.ในองค์กรหรือบริษัทที่ใช้งานคอมพิวเตอร์หลายๆ เครื่อง
ค.ในสถานศึกษาที่ให้บริการห้องคอมพิวเตอร์
ง. ถูกทั้ง ข และ ค
24. http://www.samakkee.ac.th/home/index.php ส่วนใด คือส่วนที่เป็น Host name ของ URL
ก.http ข.www.samakkee.ac.th ค.home ง.index.php
25. http://www.samakkee.ac.th/home/index.php ส่วนใดคือส่วนที่เป็น "ส่วนระบุตำแหน่ง" ของ URL
ก.http ข.www.samakkee.ac.th
ค.home ง.index.php
26. สำหรับตัวย่อนามสกุลของ URL ที่เป็น .net นั้น บอกเราได้ว่าเจ้าของเว็บไซต์มาจากองค์กรใด
ก.บริษัท ข.องค์กรรัฐบาล
ค.องค์กรที่ทำหน้าที่เป็นเกตเวย์ หรือจุดเชื่อมต่อเครือข่าย
ง.สถาบันการศึกษา
27. เว็บไซต์ www.boga.gov เป็นเว็บไซต์มาจากองค์กรใด
ก.บริษัท หรือองค์กรพาณิชย์
ข.องค์กรรัฐบาล
ค.องค์กรที่ทำหน้าที่เป็นเกตเวย์ หรือจุดเชื่อมต่อเครือข่าย
ง.สถาบันการศึกษา
28. ปุ่มคำสั่งใดบน Inrenet Explorer ที่ควรเลือกใช้ เมื่อมีปัญหาในการโหลดเว็บเพจ
ก.ปุ่ม Favorites ข.ปุ่ม History
ค.ปุ่ม Refresh ง.ปุ่ม Search
29. หากต้องการกระโดดไปยังหน้าเว็บเพจที่เคยเปิดชมเมื่อวานนี้ ควรเลือกใช้ปุ่มคำสั่งใด
ก.ปุ่ม Go To ข.ปุ่ม History
ค.ปุ่ม Refresh ง.ปุ่ม Search
30. ป๊อบอัพ คืออะไร
ก.เป็นหน้าคำเตือนของ lnternet Explorer ก่อนเข้าใช้งานเว็บไซต์
ข.ไวรัสประเภทหนึ่งเมื่อเราเข้าไปยังเว็บไซต์ใต้ดินต่าง ๆ
ค.หน้าต่างเว็บใหม่ที่เปิดขึ้นมาในระหว่างที่เราท่องเว็บอยู่
ง.โปรแกรมเสริมการทำงาน
31. การดาวน์โหลดไฟล์ในอินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัยควรปฏิบัติอย่างไร
ก.เลือกเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือ และรู้จักกันดี
ข.เลือกเว็บไซต์ที่มีไฟล์ให้ดาวน์โหลดจำนวนมาก
ค.กำหนดให้มีการแจ้งเตือนทุกครั้งที่มีการดาวน์โหลด
ง.ถูกทั้ง ก และ ค.
32. www.google.co.th สามารถค้นหาสิ่งใดได้บ้างบนอินเทอร์เน็ต
ก.เว็บเพจและไฟล์ภาพ ข.ไฟล์ภาพและกลุ่มข่าว
ค.ไฟล์ชนิดต่างๆ อย่างเจาะจง ง.ถูกทุกข้อ
33. ไฟล์วอล์ (Firewall) คืออะไร
ก.ระบบป้องกันผู้บุครุก ข.ระบบป้องกันไวรัส
ค.ระบบป้องกันไฟฟ้า ง.ระบบป้องกันไฟเกิน
34. การสนทนาผ่านอินเทอร์เน็ตมีกี่รูปแบบ
ก.2 รูปแบบ ข.3 รูปแบบ
ค.4 รูปแบบ ง.5 รูปแบบ
35.โปรแกรมใดไม่ใช่โปรแกรมสำหรับสนนทนาผ่านอินเทอร์เน็ต
ก.Windows Live Messenger ข. Yahoo Messenger
ค.sanook QQ ง. Internet Explprer
36.ไวรัสคอมพิวเตอร์ คืออะไร
ก.โปรแกรมคอมพิวเตอร์ชนิดหนึ่ง
ข.โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีลิขสิทธิ์
ค.โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่พยายามเข้ามาในเครื่อง
ง.โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ทำงานผิดพลาด
37.Bit torrent คืออะไร
ก.โปรแกรมแลกเปลี่ยนไฟล์ผ่านระบบเครือข่าย
ข.โปรแกรมแลกเปลี่ยนไฟล์ผ่านอินเทอร์เน็ต
ค.โปรแกรมรับส่งข้อมูลผ่านระบบเครือข่าย
ง.โปรแกรมรับส่งข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต
38.ข้อใดเป็นโปรแกรมประเภท Bit torrent
ก.Download Manager ข.Bit Comet ค.Bit Tracker ง. Orbit
39.เว็บใดไม่สามารถสมัครใช้บริการ E - Mail ได้
ก. www.samakkee.ac.th ข.www.hotmail.com
ค. www.yahoo.com ง.www.gmail.com
40. การเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ตใช้กฎระเบียบในการเชื่อมต่อเครือข่ายที่เรียกว่าอะไร
ก. Protocol ข. IP
ค. TCP ง. TCP/IP 41. E- Commerce คือการให้บริการด้านใดในอินเทอร์เน็ต
ก. การผลิต ข. การตลาด
ค. การศึกษา ง. การเงิน
42. บริการใดในเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่ให้บริการในการส่งถ่ายแฟ้มระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
ก. Telnet ข. IRC
ค. Gopher ง. FTP
43. บริการด้านใดบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ให้บริการดาวน์โหลดข้อมูลจากเครื่องแม่ข่ายทั่วโลก
ก. WWW ข. E-Mail
ค. FTP ง. Web Board
44. บริการด้านใดบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ให้บริการในการประชุมทางไกล
ก.E-Mail ข FTP
ค.Web Board ง. Telnet 45. บริการด้านใดบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ทำให้คนเราสามารถสืบค้นข้อมูลจากเครือข่ายต่าง ๆ ทั่วโลกได้
ก. WWW ข.E-Mail
ค. FTP ง.Web Board
46. บริการด้านใดบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ทำให้คนเราสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้
ก. WWW ข.E-Mail
ค. FTP ง.Web Board 47.ข้อใดคือชื่อของโปรแกรมที่เป็น Web Browser
ก. Internet Explorer ข. Windows Explorer
ค. HTML ง. JAVA
48. ข้อใดคือชื่อที่กำหนดให้แก่เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายเพื่อใช้แทน IP Address
ก. Web Site ข. Web Page
ค.Home Page ง. Domain Name
49. ข้อใดคือชื่อเว็บไซต์ที่เป็นองค์กรทางการศึกษา
ก. WWW.Boga.go.th ข. WWW.bncc.ac.th ค. WWW.Google.com ง. WWW.gng.net
50. ISP คืออะไร
ก. อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ข. ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต
ค. ผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ต ง. เครือข่ายอินเทอร์เน็ต
วันเสาร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2555
วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2555
แบบสอบถามเกี่ยวเกี่ยวกับการสมัครบัตรเครดิต
<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheet/embeddedform?formkey=dFNfelFkbV9ZeVVsTVVUWWE2cW8wN0E6MQ" width="760" height="1951" frameborder="0" marginheight="0" marginwidth="0">กำลังโหลด...</iframe>
วันเสาร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2555
ให้คนหารายละเอียดของ โปรแกรม Browser แต่ละประเภทพร้อมอธิบายรายละเอียด
คุณรู้จักโปรแกรมสำหรับเล่นอินเตอร์เน็ตมีอะไรบ้าง
ใครๆ ก็ใช้โปรแกรม Microsoft Internet Explorer ด้วยเหตุผลหลักคือ เป็นฟรีโปรแกรมที่ติดตั้งมาพร้อมกับ Windows ทุกๆ เวอร์ชั่น แต่คุณทราบหรือไม่ว่า เรายังมีทางเลือกที่สามารถเลือกใช้โปรแกรมอื่นๆ สำหรับการเล่นอินเตอร์เน็ตได้ด้วย ลองดูรายชื่อฟรีโปรแกรมพร้อมลิงค์สำหรับ download ได้จากหัวข้อด้านล่างได้เลยครับ อ้อ ! มีของคนไทยด้วยน่ะครับ :)
Top 10 Freeware Web Browser
- Microsoft Internet Explorer ไม่ต้องแนะนำก็รู้จักกันอยู่แล้ว
- Google Chrome โปรแกรมน้องใหม่จากค่ายยักษ์ใหญ่ระดับโลก Google.com หน้าตาของโปรแกรมไม่เหมือนใคร สนใจคงต้อง download ไปลองใช้งานกันดูครับ
- FireFox ค่ายนี้มาแรง แซง Internet Explorer ไปหลายขุม โปรแกรมขนาดเล็ก แต่ต้องเรียกว่า จิ๋วแต่แจ๋ว จริงๆ พร้อมมีโปรแกรมเสริมเพิ่มเติมอีกมากมาย
- Opera อีกหนึ่ง Browser มาแรง น้องๆ FireFox เลย
- Safari ต้องลอง สำหรับ Browser ตัวนี้ เนื่องจากผู้ผลิตคือ Apple คู่แข่งคนสำคัญสำหรับ Microsoft
- Crazy Browser เปิดได้หลายๆ เว็บในหน้าเดียวกัน แต่ต่างจาก browser ตัวอื่น อีกหนึ่งโปรแกรมที่น่าจับตามอง
- Avant Browser รองรับการทำงานหลากหลายภาษา
- Maxthon Browser เว็บ browser ที่มีระบบ security มากมาย อีกหนึ่งเว็บที่น่าจับตามองมาก ๆ
- Konqueror หลากหลาย feature ของโปรแกรมที่แตกต่างจากค่ายอื่นๆ
- Plawan Browser ของคนไทย ต้องสนับสนุนกันด้วยน่ะครับ มีระดับป้องกันการใช้งานสำหรับเด็ๆ ด้วย น่ารัก น่าใช้มาก
http://www.it-guides.com/index.php/freeware-download/internet-email-freeware/200-top-10-freeware-web-browser
โปรแกรม Browser คืออะไร แล้วถ้าไม่มีโปรแกรมนี้จะใช้งานอินเทอร์เน็ตหรือไม่ หรือจะใช้โปรแกรมใดทดแทนได้บ้าง
Browser คืออะไร? เหตุไฉนใครก็กล่าวถึง
- อธิบายอย่างง่ายว่า Browser คือเครื่องมือที่ช่วยให้คุณสามารถท่องเที่ยวไปในโลกอินเตอร์เน็ตได้อย่างไร้ขีดกั้นทางด้านพรมแดน นอกจากนี้ Browser ยังช่วยอำนวยความสะดวกในการเยี่ยมชมเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งในขณะนี้บริษัทผลิตซอฟแวร์ค่ายต่างๆ นับวันจะทวีการแข่งขันกันในการผลิต Browser เพื่อสร้างความพึงพอใจให้แก่นักท่องเว็บให้มากที่สุด หน้าตาของ browser แตกต่างกันไปตามแต่การออกแบบการใช้งานของแต่ละค่ายโปรแกรม
- โปรแกรม Browser ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน ได้แก่ Internet Explorer และ Nescape Navigator แม้ว่าโดยรวมแล้วทั้งสองมีหลักการทำงานที่ค่อนข้างคลายคลึงกัน แต่หน้าตาที่ผิดเพี้ยนกัน คือ ตำแหน่งเครื่องมือ และชื่อเรียกเครื่องมือ อาจทำให้คุณอาจเกิดการสับสนบ้าง หากว่าคุณใช้ Browser ค่ายใดค่ายหนึ่งเป็นประจำ วันหนึ่งคุณอาจสนใจหยิบ Browser ของอีกค่ายหนึ่งมาลองใช้งานดู ความสนุกในการท่องเว็บไซต์ของคุณอาจถูกบั่นทอนลง เพราะความไม่คุ้นเคยกับเครื่องมือ
วันพุธที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555
อินเตอร์เน็ตมีบทบาทต่องานของท่านอย่างไร และหากไม่มีระบบอินเตอร์เน็ตเข้ามาช่วยในงานแล้วจะส่งผลกระทบเช่นไร
“อินเตอร์เน็ต” Internet เป็นอุบัติการณ์ครั้งสำคัญของสังคมโลกในช่วงรอยต่อระหว่างศตวรรษ ปัจจัยหลักที่ทำให้อินเตอร์เน็ตเป็น “ปรากฏการณ์” (Phenomenon) ของยุคสมัยประกอบด้วย
ความที่อินเตอร์เน็ตเป็นการใช้เทคโนโลยีเครือข่าย TCP/IP (Transmission Control Protocol/Internet Protocol) ที่ใช้ง่ายทำให้กลายเป็นบริการที่ประชาชนทั่วไปใช้ได้อย่างสะดวกโดยไม่จำ เป็นต้องมีความรู้ด้านโปรแกรมคอมพิวเตอร์
ความที่อินเตอร์เน็ตเป็น “เครือข่ายแห่งเครือข่าย” (Network of Networks) ทำให้เกิดการเชื่อมโยงกันอย่างเสรี โดยไม่มีการปิดกั้น
จุด ดึงดูดของอินเตอร์เน็ตในการเผยแพร่และสืบค้นข้อมูลผ่านระบบ World Wide Web (WWW) ทำให้ปัจเจกบุคคลสามารถเผยแพร่ข้อมูลของตนเองต่อโลกได้ง่ายพอๆ กับการสืบค้นข้อมูลโดยใช้ระบบทะเบียนที่อยู่ (Uniform Resource Locator : URL) และ Search Engines ต่าง ๆ
การสื่อสารผ่านระบบไปรษณีย์ อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail หรือ E-mail) เป็นการปฏิวัติระบบการสื่อสารทั่วโลกด้วยความเร็ว และความแม่นยำ
การแลก เปลี่ยนสาระความรู้ผ่านระบบ Bulletin Board และ Discussion groups ต่างๆ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้กันอย่างกว้างขวางและทั่วถึงมากขึ้น
เทคโนโลยี ของการรับส่งข้อมูลผ่านระบบ File Transfer Protocol (FTP) ทำให้การรับส่งข้อมูลตั้งแต่เอกสาร 1 หน้าไปจนถึงหนังสือทั้งเล่มเป็นไปได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และประหยัด
พัฒนาการทางเทคโนโลยีของอินเตอร์เน็ตยังก้าวหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เช่น การใช้ Internet Phone, การประชุมทางไกลผ่านอินเทอร์เน็ต
อินเตอร์ เน็ตเป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 2 ในรูปแบบของ “วาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์” (Electronic Commerce) พร้อมๆ กับเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญ ที่จะเปิดโลกทัศน์ใหม่ในวงการศึกษา การค้าขาย
รูป แบบของการสืบค้นข้อมูลของภาษา HTML (HyperText Markup Language) นอกจากความสะดวกและง่ายต่อการใช้แล้วยังเป็นสภาพแวดล้อมที่อาจมีผลทาง จิตวิทยาให้ผู้ใช้ค้นหา
ข้อมูลลึกลงไปเป็นชั้นๆ ด้วยคุณสมบัติของ Web Browser ในอินเตอร์เน็ต
จากคุณสมบัติและปัจจัยต่างๆ ที่อินเตอร์เน็ตมีให้แก่ผู้ใช้นั้น เป็นโอกาสในการนำมาใช้
ประโยชน์กับชีวิตในรูปแบบต่างๆ กล่าวโดยรวมแล้วสาระสำคัญของบทบาทอินเตอร์เน็ต
ต่อการดำเนินชีวิตมีประเด็นดังต่อไปนี้
1. เปิดโอกาสให้ครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา และบุคคล สามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ที่หลากหลายหรืออีกนัยหนึ่งมี “ห้องสมุดโลก” (Library of the World) เพียงปลายนิ้วสัมผัส ดังตัวอย่างต่อไปนี้
o ครู นักเรียน นักศึกษา บุคคลและหน่วยงานสามารถค้นหาข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ทั่วโลก โดยไม่มีข้อจำกัดทางด้านสถานที่และเวลา (Anywhere & Anytime) โดยครู อาจารย์อาจจะเตรียมการสอนได้สมบูรณ์ขึ้น ในขณะที่นักเรียน นักศึกษา บุคคลสามารถค้นคว้าหาข้อมูลได้สะดวกและหลากหลายมากขึ้น
o บุคคลหรือหน่วยงานที่อยู่ห่างไกล ทุรกันดาร ขาดแหล่งห้องสมุดที่ดี สามารถก้าวกระโดดในการหาข้อมูลข่าวสารและความรู้ได้อย่างเท่าเทียมมากยิ่ง ขึ้น สามารถศึกษาค้นคว้าความรู้ ข้อมูลการรักษาสิ่งแวดล้อมของ US-EPA จาก Library of Congress ของรัฐสภาอเมริกา (http://www.lcweb.loc.gov) หรือจากห้องสมุดต่างๆ ได้ทั่วโลก
o นักเรียน นักศึกษา บุคคล สามารถร่วมกันผลิตข้อมูลในแขนงต่างๆ อาทิเช่น ข้อมูลพันธุ์พืชของสิ่งแวดล้อมข้อมูลศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่นเพื่อเผยแพร่และ แลกเปลี่ยนกับบุคคลทั่วโลก ในขณะเดียวกันก็สามารถทำการเผยแพร่ผลงานหรือบทความที่มีประโยชน์ เช่น บทความทางวิชาการ สิ่งที่เป็นสาระความรู้ ฯลฯ ลงใน Web เพื่อแลกเปลี่ยนกันเป็นต้น
2. เปลี่ยนบทบาทของครูและนักเรียน นักศึกษา
การ ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้จะทำให้บทบาทของครูปรับเปลี่ยนไปจากการเน้น ความเป็น “ผู้สอน” มาเป็น “ผู้แนะนำ” (Facilitator) มากขึ้น ในขณะที่กระบวนการเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษาจะเป็นการเรียนรู้ “เชิงรุก” มากยิ่งขึ้นทั้งนี้เนื่องจากฐานข้อมูลในอินเตอร์เน็ตเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ ประการหนึ่งที่เอื้ออำนวยให้ผู้เรียนสามารถ
เรียนและค้นคว้าด้วยตนเอง (independent learning) ได้สะดวกรวดเร็วและมากยิ่งขึ้นอย่างไรก็ตามมีความจำเป็น
ที่ จะต้องตระหนักว่าบทบาทและรูปแบบที่จะปรับเปลี่ยนไปนี้จะต้องมีการเตรียมการ ที่ดีควบคู่ไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของครูที่จะต้องวางแผนการ “ชี้แนะ” ให้รัดกุมเพื่อให้การเรียนรู้มีประสิทธิผลดีขึ้น จากการเรียนตามครูสอน (passive learning) มาเป็นการเรียนรู้วิธีเรียน (Learning How to Learn) และการเรียนด้วยความอยากรู้ (active learning) อย่างมีทิศทาง
3. พัฒนาการสื่อสารระหว่างครูกับนักเรียน และบุคคลกับหน่วยงาน
ผล สืบเนื่องจากการที่อินเตอร์เน็ตสามารถให้บริการไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) ซึ่งมีความสะดวก รวดเร็ว และง่ายในการใช้ทำให้เกิดการสื่อสาร (communications) เพิ่มมากขึ้น ทั้งที่เป็นการสื่อสารระหว่างครูกับครู ครูกับนักเรียน นักเรียนกับนักเรียน และระหว่างบุคคลกับบุคคลหรือหน่วยงาน ทั้งนี้โดยมิได้ลดทอนการสื่อสารในรูปแบบเดิมปัจจุบันคณาจารย์หลายท่านในหลาย สถาบัน
ในประเทศไทยใช้อินเตอร์เน็ตเป็นสื่อกลางในการให้การบ้าน และตรวจส่งคืนการบ้าน การปรึกษาหารือกับครูและเพื่อนนักเรียนในเชิงวิชาการบุคคลติดต่อกันหรือใช้ ติดต่อกัน
ระหว่างหน่วยงานกับหน่วยงานตลอดจนการติดต่อกับเพื่อนชาวต่าง ประเทศมีโอกาสมากขึ้น และยังสามารถใช้คุยโต้ตอบกันได้ทางอินเตอร์เน็ตเพื่อการสื่อสารได้ เช่นโปรแกรม Chat, ICQ, Pirch, IRC ซึ่งสามารถใช้คุยโต้ตอบกันได้ ใช้งานได้สะดวกรวดเร็ว กลับขึ้นด้านบน
ผลกระทบของอินเทอร์เน็ต
โทษของอินเทอร์เน็ต มีหลากหลายลักษณะ ทั้งที่เป็นแหล่งข้อมูลที่เสียหาย, ข้อมูลไม่ดี ไม่ถูกต้อง, แหล่งประกาศซื้อขาย
ของผิดกฏหมาย, ขายบริการทางเพศ ที่รวมและกระจายของไวรัสคอมพิวเตอร์ต่างๆ
* อินเทอร์เน็ตเป็นระบบอิสระ ไม่มีเจ้าของ ทำให้การควบคุมกระทำได้ยาก
* มีข้อมูลที่มีผลเสียเผยแพร่อยู่ปริมาณมาก
* ไม่มีระบบจัดการข้อมูลที่ดี ทำให้การค้นหากระทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร
* เติบโตเร็วเกินไป
* ข้อมูลบางอย่างอาจไม่จริง ต้องดูให้ดีเสียก่อน อาจถูกหลอกลวง-กลั่นแกล้งจากเพื่อน
* ถ้าเล่นอินเทอร์เน็ตมากเกินไปอาจเสียการเรียนได้
* ข้อมูลบางอย่างก็ไม่เหมาะกับเด็กๆ
* ขณะที่ใช้อินเทอร์เน็ต โทรศัพท์จะใช้งานไม่ได้ (นั่นจะเป็นเฉพาะการต่ออินเทอร์เน็ตแบบ Dial up
แต่ในปัจจุบันอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจะสามารถใช้งานโทรศัพท์ที่ต่ออินเทอร์เน็ตได้ด้วย)
* เป็นสถานที่ที่ใช้ติดต่อสื่อสาร เพื่อก่อเหตุร้าย เช่น การวางระเบิด หรือล่อลวงผู้อื่นไปกระทำชำเรา
* ทำให้เสียสุขภาพ เวลาที่ใช้อินเตอร์เนตเป็นเวลานานๆ โดยไม่ได้ขยับเคลื่อนไหว
ความที่อินเตอร์เน็ตเป็นการใช้เทคโนโลยีเครือข่าย TCP/IP (Transmission Control Protocol/Internet Protocol) ที่ใช้ง่ายทำให้กลายเป็นบริการที่ประชาชนทั่วไปใช้ได้อย่างสะดวกโดยไม่จำ เป็นต้องมีความรู้ด้านโปรแกรมคอมพิวเตอร์
ความที่อินเตอร์เน็ตเป็น “เครือข่ายแห่งเครือข่าย” (Network of Networks) ทำให้เกิดการเชื่อมโยงกันอย่างเสรี โดยไม่มีการปิดกั้น
จุด ดึงดูดของอินเตอร์เน็ตในการเผยแพร่และสืบค้นข้อมูลผ่านระบบ World Wide Web (WWW) ทำให้ปัจเจกบุคคลสามารถเผยแพร่ข้อมูลของตนเองต่อโลกได้ง่ายพอๆ กับการสืบค้นข้อมูลโดยใช้ระบบทะเบียนที่อยู่ (Uniform Resource Locator : URL) และ Search Engines ต่าง ๆ
การสื่อสารผ่านระบบไปรษณีย์ อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail หรือ E-mail) เป็นการปฏิวัติระบบการสื่อสารทั่วโลกด้วยความเร็ว และความแม่นยำ
การแลก เปลี่ยนสาระความรู้ผ่านระบบ Bulletin Board และ Discussion groups ต่างๆ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้กันอย่างกว้างขวางและทั่วถึงมากขึ้น
เทคโนโลยี ของการรับส่งข้อมูลผ่านระบบ File Transfer Protocol (FTP) ทำให้การรับส่งข้อมูลตั้งแต่เอกสาร 1 หน้าไปจนถึงหนังสือทั้งเล่มเป็นไปได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และประหยัด
พัฒนาการทางเทคโนโลยีของอินเตอร์เน็ตยังก้าวหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เช่น การใช้ Internet Phone, การประชุมทางไกลผ่านอินเทอร์เน็ต
อินเตอร์ เน็ตเป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 2 ในรูปแบบของ “วาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์” (Electronic Commerce) พร้อมๆ กับเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญ ที่จะเปิดโลกทัศน์ใหม่ในวงการศึกษา การค้าขาย
รูป แบบของการสืบค้นข้อมูลของภาษา HTML (HyperText Markup Language) นอกจากความสะดวกและง่ายต่อการใช้แล้วยังเป็นสภาพแวดล้อมที่อาจมีผลทาง จิตวิทยาให้ผู้ใช้ค้นหา
ข้อมูลลึกลงไปเป็นชั้นๆ ด้วยคุณสมบัติของ Web Browser ในอินเตอร์เน็ต
จากคุณสมบัติและปัจจัยต่างๆ ที่อินเตอร์เน็ตมีให้แก่ผู้ใช้นั้น เป็นโอกาสในการนำมาใช้
ประโยชน์กับชีวิตในรูปแบบต่างๆ กล่าวโดยรวมแล้วสาระสำคัญของบทบาทอินเตอร์เน็ต
ต่อการดำเนินชีวิตมีประเด็นดังต่อไปนี้
1. เปิดโอกาสให้ครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา และบุคคล สามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ที่หลากหลายหรืออีกนัยหนึ่งมี “ห้องสมุดโลก” (Library of the World) เพียงปลายนิ้วสัมผัส ดังตัวอย่างต่อไปนี้
o ครู นักเรียน นักศึกษา บุคคลและหน่วยงานสามารถค้นหาข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ทั่วโลก โดยไม่มีข้อจำกัดทางด้านสถานที่และเวลา (Anywhere & Anytime) โดยครู อาจารย์อาจจะเตรียมการสอนได้สมบูรณ์ขึ้น ในขณะที่นักเรียน นักศึกษา บุคคลสามารถค้นคว้าหาข้อมูลได้สะดวกและหลากหลายมากขึ้น
o บุคคลหรือหน่วยงานที่อยู่ห่างไกล ทุรกันดาร ขาดแหล่งห้องสมุดที่ดี สามารถก้าวกระโดดในการหาข้อมูลข่าวสารและความรู้ได้อย่างเท่าเทียมมากยิ่ง ขึ้น สามารถศึกษาค้นคว้าความรู้ ข้อมูลการรักษาสิ่งแวดล้อมของ US-EPA จาก Library of Congress ของรัฐสภาอเมริกา (http://www.lcweb.loc.gov) หรือจากห้องสมุดต่างๆ ได้ทั่วโลก
o นักเรียน นักศึกษา บุคคล สามารถร่วมกันผลิตข้อมูลในแขนงต่างๆ อาทิเช่น ข้อมูลพันธุ์พืชของสิ่งแวดล้อมข้อมูลศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่นเพื่อเผยแพร่และ แลกเปลี่ยนกับบุคคลทั่วโลก ในขณะเดียวกันก็สามารถทำการเผยแพร่ผลงานหรือบทความที่มีประโยชน์ เช่น บทความทางวิชาการ สิ่งที่เป็นสาระความรู้ ฯลฯ ลงใน Web เพื่อแลกเปลี่ยนกันเป็นต้น
2. เปลี่ยนบทบาทของครูและนักเรียน นักศึกษา
การ ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้จะทำให้บทบาทของครูปรับเปลี่ยนไปจากการเน้น ความเป็น “ผู้สอน” มาเป็น “ผู้แนะนำ” (Facilitator) มากขึ้น ในขณะที่กระบวนการเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษาจะเป็นการเรียนรู้ “เชิงรุก” มากยิ่งขึ้นทั้งนี้เนื่องจากฐานข้อมูลในอินเตอร์เน็ตเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ ประการหนึ่งที่เอื้ออำนวยให้ผู้เรียนสามารถ
เรียนและค้นคว้าด้วยตนเอง (independent learning) ได้สะดวกรวดเร็วและมากยิ่งขึ้นอย่างไรก็ตามมีความจำเป็น
ที่ จะต้องตระหนักว่าบทบาทและรูปแบบที่จะปรับเปลี่ยนไปนี้จะต้องมีการเตรียมการ ที่ดีควบคู่ไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของครูที่จะต้องวางแผนการ “ชี้แนะ” ให้รัดกุมเพื่อให้การเรียนรู้มีประสิทธิผลดีขึ้น จากการเรียนตามครูสอน (passive learning) มาเป็นการเรียนรู้วิธีเรียน (Learning How to Learn) และการเรียนด้วยความอยากรู้ (active learning) อย่างมีทิศทาง
3. พัฒนาการสื่อสารระหว่างครูกับนักเรียน และบุคคลกับหน่วยงาน
ผล สืบเนื่องจากการที่อินเตอร์เน็ตสามารถให้บริการไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) ซึ่งมีความสะดวก รวดเร็ว และง่ายในการใช้ทำให้เกิดการสื่อสาร (communications) เพิ่มมากขึ้น ทั้งที่เป็นการสื่อสารระหว่างครูกับครู ครูกับนักเรียน นักเรียนกับนักเรียน และระหว่างบุคคลกับบุคคลหรือหน่วยงาน ทั้งนี้โดยมิได้ลดทอนการสื่อสารในรูปแบบเดิมปัจจุบันคณาจารย์หลายท่านในหลาย สถาบัน
ในประเทศไทยใช้อินเตอร์เน็ตเป็นสื่อกลางในการให้การบ้าน และตรวจส่งคืนการบ้าน การปรึกษาหารือกับครูและเพื่อนนักเรียนในเชิงวิชาการบุคคลติดต่อกันหรือใช้ ติดต่อกัน
ระหว่างหน่วยงานกับหน่วยงานตลอดจนการติดต่อกับเพื่อนชาวต่าง ประเทศมีโอกาสมากขึ้น และยังสามารถใช้คุยโต้ตอบกันได้ทางอินเตอร์เน็ตเพื่อการสื่อสารได้ เช่นโปรแกรม Chat, ICQ, Pirch, IRC ซึ่งสามารถใช้คุยโต้ตอบกันได้ ใช้งานได้สะดวกรวดเร็ว กลับขึ้นด้านบน
ผลกระทบของอินเทอร์เน็ต
โทษของอินเทอร์เน็ต มีหลากหลายลักษณะ ทั้งที่เป็นแหล่งข้อมูลที่เสียหาย, ข้อมูลไม่ดี ไม่ถูกต้อง, แหล่งประกาศซื้อขาย
ของผิดกฏหมาย, ขายบริการทางเพศ ที่รวมและกระจายของไวรัสคอมพิวเตอร์ต่างๆ
* อินเทอร์เน็ตเป็นระบบอิสระ ไม่มีเจ้าของ ทำให้การควบคุมกระทำได้ยาก
* มีข้อมูลที่มีผลเสียเผยแพร่อยู่ปริมาณมาก
* ไม่มีระบบจัดการข้อมูลที่ดี ทำให้การค้นหากระทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร
* เติบโตเร็วเกินไป
* ข้อมูลบางอย่างอาจไม่จริง ต้องดูให้ดีเสียก่อน อาจถูกหลอกลวง-กลั่นแกล้งจากเพื่อน
* ถ้าเล่นอินเทอร์เน็ตมากเกินไปอาจเสียการเรียนได้
* ข้อมูลบางอย่างก็ไม่เหมาะกับเด็กๆ
* ขณะที่ใช้อินเทอร์เน็ต โทรศัพท์จะใช้งานไม่ได้ (นั่นจะเป็นเฉพาะการต่ออินเทอร์เน็ตแบบ Dial up
แต่ในปัจจุบันอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจะสามารถใช้งานโทรศัพท์ที่ต่ออินเทอร์เน็ตได้ด้วย)
* เป็นสถานที่ที่ใช้ติดต่อสื่อสาร เพื่อก่อเหตุร้าย เช่น การวางระเบิด หรือล่อลวงผู้อื่นไปกระทำชำเรา
* ทำให้เสียสุขภาพ เวลาที่ใช้อินเตอร์เนตเป็นเวลานานๆ โดยไม่ได้ขยับเคลื่อนไหว
อธิบายรูปแบบโครงสร้างและหลักการทำงานของโปรโตคอล TCP/IP , FTP , HTTP , IP , Client-Server , DNS , SUBNet , Telnet
อธิบายรูปแบบโครงสร้างและหลักการทำงานของโปรโตคอล TCP/IP
โปรโตคอล TCP/IP มีการจ้ดการกลไกการทำงานเป็นชั้นหรือ Layer เรียงต่อกัน โดยในแต่ละเลเยอร์จะมีการทำงานเทียบได้กับ OSI Model มาตรฐาน แต่บางเลเยอร์ของโปรโตคอล TCP/IP จะทำงานเทียบกับ OSI หลายเลเยอร์ปนกัน ซึ่งในแต่ละเลเยอร์ของโปรโตคอล TPC/IP จะประกอบด้วย
โดยเมื่อเทียบกับมาตรฐาน ISO Model แล้วจะเป็นดังรูปด้านล่างซึ่งเราจะเห็นว่าบางกลไกของโปรโตคอล TCP/IP เทียบได้กับมาตรฐาน OSI Model สองชั้น หรือบางกลไกก็จะทำงานคาบเกียวกันระหว่างชั้นของ OSI Model ตัวอย่างเช่น กลไกการทำงานของโปรโตคอล TCP/IP ในส่วน Network Interface Layer และ Physical Layer 2 ชั้นรวมกันเป็นต้น ในแต่ละกลไกของโปรโตคอล TCP/IP จะมีโปรโตคอลอื่นๆในชุดของ TCP/IP ร่วมทำงานอยู่ด้วย ซึ่งจะกล่าวโดยละเอียดต่อไป
Process layer
จากรูปแสดงลำดับชั้นการทำงานของโปรโตตอล TCP/IP เทียบกับมาตรฐาน OSI Model นั้น ในชั้นบนสุดเรียกว่า Process layer ทำงาน 2 หน้าที่เทียบได้กับ Application และ Presentation layer ในชั้นนี้จะรองรับการทำงานของแอพพลิเคชันต่างๆที่ทำงานเป็นโปรเซส แต่อยู่ในเครื่องเซิร์ฟเวอร์ให้บริการและเครื่องที่ขอใช้บริการ หือไคลเอนต์(client) ซึ่งจะติดต่อกันผ่านโปรโตคอลเฉพาะแอพพลืเคชันอีกทีหนึ่ง ตัวอย่างเช่น เมื่อผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตต้องการโอนถ่ายไฟล์หรือ download ข้อมูลจากเครืองเซิร์ฟเวอร์ให้บริการ โดยอาจะเรียกใช้โปรแกรม ftp client ทั่วไป เช่น โปรแกรม WS_ftp ติดต่อกับโปรเซส ftp ที่กำลังให้บริการอยู่ที่เครื่องเซิร์ฟเวอร์ จากนั้นตัวโปรเซส ftp ก็จะเรียกใช้โปรโตคอล FTP(File Transfer Protocal) เพื่อทำการโอนถ่ายไฟล์นี้ หรือถ้าผู้ใช้ต้องการเรียกใช้งานคอมพิวเตอร์เครื่องที่อยู่ห่างไกลออกไปด้วย การใช้โปรแกรม Telnet เพื่อติดต่อกัน หรือในกรณีที่มีการเรียกใช้โปรแกรม web browser เพื่อเรียกดูเว็บเพจในเว็บไซต์ ก็จะมีโปรเซส HTTP (HyperText Transfer Protocal) ทำงานอยู่และจะติดต่อกับผู้ใช้ผ่านโปรโตคอล HTTP เป็นต้น
การทำงานของแอพพลิเคชันต่างๆจะอยู่ที่ Process layer นี้ และมีการติดต่อกันตามแต่ละโปรโตคอลเฉพาะแล้วแต่แอพพลีเคชันที่ใช้งาน จากการที่ Process layer ของ TCP/IP รองรับให้โปรโตคอลอื่นที่ทำงานได้หลายโปรเซสและหลายโปรโตคอลได้พร้อมกันนั้น ทำให้ผู้ใช้สามารถเปิดโปรแกรมใช้งานได้หลายๆอย่างพร้อมกัน เช่น เปิดโปรแกรม internet explorer เพื่อเรียกดูเว็บเพจ พร้อมกับใช้งานโปรแกรม outlook express เพื่อส่งอีเมลล์ไปพร้อมกันได้โดยไม่ต้องรอให้ทำงานอย่างหนึ่งอย่างใดเสร็จ ก่อน หรือในปัจจุบันมีการพัฒนาโปรแกรม Web Browser ทำให้สามารถเรียกใช้งานโปรโตคอลอื่นๆ ได้มากขึ้น ทำให้เราสามารถใช้โปรแกรม web browser โอนถ่ายข้อมูลที่ใช้โปรโตคอล FTP ได้โดยไม่ต้องไปหาโปรแกรมอื่นมาใช้ โปรโตคอลหลักๆที่ทำงานใน Process layer ซึ่งผู้ใช้มักจะคุ้นเคยกันดีได้แก่ FTP (File Transfer Protocol), Telnet, HTTP (HyperText Transfer Protocol) และ SMTP (Simple mail Transfer protocol) นอกจากนี้ยังมีโปรโตคอลอื่นซึ่งทำงานโดยที่ผู้ใช้ไม่สามารถมองเห็นได้จาก โปรแกรมหรือไม่ได้มีการใช้งานโดยตรง เช่น
Host-to-Host layer
ผู้ที่ใช้งานอินเตอร์เน็ตเคยสงสัยหรือไม่ว่าเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่ให้บริการ ต่างๆ เช่น เว็บเซิร์ฟเวอร์นั้น เมื่อมีผู้เข้ามาเรียกใช้บริการพร้อมกันหลายคน จะมีวิธีการส่งข้อมูลกลับไปยังต้นทางได้อย่างไรโดยไม่มีข้อผิดพลาด ซึ่งบางครั้งผู้ใช้รายหนึ่งอาจจะเปิดโปรแกรม web browser ซ้อนกันเพื่ออ่านข้อมูลจากเว็บเพจอื่นพร้อมกันไปได้ ดังนั้นระบบจะทราบได้อย่างไรถึงการ
การทำงานที่ชั้นของ Host-to-Host layer นี้จะมีบทบาทในการจัดการต่อจาก Process layer บางครั้งเรามักเรียกชั้น Host-to-Host layer ว่าเป็น Transport layer ซึ่งไม่ใช่ชั้นของ Transport layer ในมาตรฐาน OSI Model การทำงานของ Host-to-Host layer นี้จะมีการสร้าง connection หรือการเชื่อมต่อกันระหว่างแอพพลิเคชันกับ Host-to-Host layer โดยที่จุดเชื่อมกันเพื่อรับส่งข้อมูลนี้เรียกว่า port หรือ socket (คำว่า port ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง port ในฮาร์ดแวร์) และในแต่ละแอพพลิเคชันก็จะสร้างการเชื่อมต่อผ่าน port ได้พร้อมกันหลายแอพพลิเคชัน ซึ่งการใช้งาน port ของแต่ละแอพพลิเคชันที่อยู่ในชั้น Process layer จะแตกต่างกันตามหมายเลขที่กำหนดไว้ และแต่ล่ะโปรโตคอลจะมีการใช้งาน port หมายเลขต่างๆ ตามรูปด้านล่างนี้
เมื่อแอพพลิเคชันทำงานผ่านโปรโตคอลในชั้น Process layer จะมีการส่งผ่านข้อมูลไปยัง Host-to-Host layer ที่ชั้นนี้จะมีการเชื่อมต่อผ่าน port ที่กำหนด ทำให้การรับส่งข้อมูลในแต่ละโปรโตคอลทำได้ถูกต้อง ถึงแม้ว่าในเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่ให้บริการจะมีการทำงานอยู่หลายโปรเซสที่ แตกต่างกันก็ตาม หรือมีผู้ใช้บริการเข้ามาใช้งานพร้อมกันจำนวนมากและหลายแอพพลิเคชันในเวลา เดียวกัน ในชั้น Host-to-Host หรือ Transport layer ของ TCP/IP นี้จะมีโปรโตคอลทำงานอยู่ 2 โปรโตคอลที่แตกต่างกัน คือ โปรโตคอล TCP และโปรโตคอล UDP (User Datagram Protocol) ในการส่งผ่านข้อมูลลงไปที่ชั้นถัดๆไป เราจะเห็นว่าโปรโตคอล TCP และ UDP จะถูกผนึกเข้าไปในโปรโตคอล IP อีกทีหนึ่งและส่งต่อไปยังเครือข่ายอินเตอร์เน็ตต่อไป
ตัวโปรโตคอล TCP และโปรโตคอล UDP จะมีแอพพลิเคชันเฉพาะเพื่อเรียกใช้งานแยกกันคือ แอพพลิเคชันที่ใช้โปรโตคอล FTP, Telnet, HTTP และ SMTP จะมีการส่งผ่านข้อมูลโดยเรียกใช้โปรโตคอล TCP ส่วนแอพพลิเคชันที่ใช้โปรโตคอล SNMP และ DHCP จะส่งผ่านข้อมูลโดยเรียกใช้โปรโตคอล UDP และสำหรับโปรโตคอล DNS นั้น จะสามารถเรียกใช้ได้ทั้ง TCP และ UDP ดังรูป
ตัวโปรโตคอล TCP และโปรโตคอล UDP จะมีแอพพลิเคชันเฉพาะเพื่อเรียกใช้งานแยกกันคือ แอพพลิเคชันที่ใช้โปรโตคอล FTP, Telnet, HTTP และ SMTP จะมีการส่งผ่านข้อมูลโดยเรียกใช้โปรโตคอล TCP ส่วนแอพพลิเคชันที่ใช้โปรโตคอล SNMP และ DHCP จะส่งผ่านข้อมูลโดยเรียกใช้โปรโตคอล UDP และสำหรับโปรโตคอล DNS นั้น จะสามารถเรียกใช้ได้ทั้ง TCP และ UDP ดังรูป
โปรโตคอล TCP
โปรโตคอล TCP (Transmission Control Protocol) เป็นโปรโตคอลที่มีการรับส่งข้อมูลแบบ Stream oriented protocol หมายความว่า การรับส่งข้อมูลจะไม่คำนึงถึงปริมาณข้อมูลที่จะส่งไป แต่จะแบ่งข้อมูลเป็นส่วนย่อยๆก่อน แล้วจึงจะส่งไปยังปลายทางอย่างต่อเนื่องเป็นลำดับข้อมูล ในกรณีที่ข้อมูลส่วนใดส่วนหนึ่งสูญหายไป ก็จะส่งข้อมูลส่วนนั้นใหม่อีกครั้ง สำหรับปลายทางก็จะทำหน้าที่จัดเรียงส่วนของข้อมูล datagram ใหม่ให้ต่อเนื่องและประกอบกับเป็นข้อมูลทั้งหมดได้ ซึ่งจะแยกข้อมูลที่ไม่ถูกต้องออก ดังนั้นแอพพลิเคชันหรือโปรเชสใดที่อาศัยการส่งผ่านข้อมูลด้วยโปรโตคอล TCP จะต้องใช้หน่วยความจำและขนาดช่องสัญญาณ (bandwidth) มากกว่า UDP
การติดต่อระหว่างกันจะต้องเป็นแบบ Connection-oriented คือต้องมีการสร้างการติดต่อกันเป็น session ทั้ง 2 ด้านเสียก่อน แล้วจึงจะรับส่งข้อมูลไปได้พร้อมกัน(Full Duplex) เหมือนกับการใช้โทรศัพท์ติดต่อกัน เมื่อผู้ติดต่อต้นทางเรียกให้ฝ่ายตรงข้ามรับสายแล้ว จึงเริ่มสนทนา เช่น พูดคำว่า "สวัสดี" หรือ "ฮัลโหล" กันก่อนเพื่อให้แน่ใจว่าฝ่ายตรงข้ามพร้อมที่จะติดต่อด้วย จากนั้นจึงเริ่มติดต่อกัน และเมื่อต้องการเลิกติดต่อกันก็จะมีการพูดคำว่า "สวัสดี" ให้ฝ่ายตรงข้ามทราบว่าจะเลิกการติดต่อและวางสายไป ซึ่งในระหว่างการติดต่อกันนั้น แม้ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองจะเงียบไป คือไม่พูดอะไรเป็นเวลานานๆ แต่การเชื่อมโยงระหว่างทั้งสองด้านยังคงมีอยู่ไม่ขาดจนกว่าจะมีฝ่ายใดฝ่าย หนึ่งวางสาย เช่นเดียวกับการติดต่อกันด้วยกลไกลโปรโตคอล TCP เมื่อแอพพลิเคชันต้องการส่งผ่านข้อมูลจะใช้โปรโตคอลที่เหมาะสมในชั้น Process layer ติดต่อไปและมีการสร้างช่องส่งข้อมูลผ่าน port ที่กำหนดเพื่อส่งผ่านข้อมูลไปยังโปรโตคอล TCP
ในระหว่างการรับส่งข้อมูลนี้ โปรโตคอล TCP จะเพิ่มขบวนการสอบทานข้อมูลเพื่อให้ข้มูลมีความถูกต้องไม่ผิดพลาดไปจากเดิม โดยการส่งสัญญาณสอบทานข้อมูล (acknowledgerment) และส่งข้อมูลให้ใหม่อีกครั้ง ถ้าปลายทางไม่ได้รับหรือเกิดความผิดพลาดขึ้น
ความน่าเชื่อถือของการส่งผ่านข้อมูลโดยโปรโตคอล TCP จะมีมากกว่า แต่ตั้งอาศัยทรัพยากรของระบบเช่นกัน
โปรโตคอล UDP
ใน Host-to-Host layer นอกจากจะมีโปรโตคอล TCP ทำงานแล้ว ยังมีโปรโตคอล UDP (User Datagram Protocol) ที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันอยู่ด้วย ในการรับส่งข้อมูลผ่านโปรโตคอล UDP จะเป็นแบบที่ทั้งสองด้านไม่จำเป็นต้องอาศัยการสร้างช่องทางเชื่อมต่อกัน (connectionless) ระหว่างเครื่องเซิร์ฟเวอร์ให้บริการกับเครื่องที่ขอใช้บริการ โดยไม่ต้องแจ้งให้ฝ่ายรับข้อมูลเตรียมข้อมูลเหมือนโปรโตคอล TCP และไม่มีการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลนั้นๆด้วย เนื่องจากโปรโตคอล UDP ไม่มีสัญญาณสอบทานข้อมูล (acknowledgement) ในการส่งข้อมูลแต่ล่ะครั้งและไม่มีการส่งข้อมูลใหม่อีกในกรณีที่เกิดความผิด พลาดของการส่งข้อมูล เมื่อเป็นเช่นนี้แอพพลิเคชันหรือโปรเซสใดที่ต้องอาศัยโปรโตคอล UDP ในการส่งผ่านข้อมูลก็อาจจะต้องสร้างขบวนการตรวจสอบข้อมูลขึ้นมาเอง
ตามรูปด้านบนจะเห็นว่าโปรโตคอลชั้นบนขึ้นไป ที่ใช้การส่งผ่านข้อมูลโดยโปรโตคอล UDP เช่น โปรโตคอล SNMP (ใช้ควบคุมและจัดการอุปกรณ์ในเครือข่าย) หรือโปรโตคอล DHCP (ใช้ส่งข้อมูลพารามิเตอร์ของเครือข่ายให้กับเครือข่ายให้กับเครื่องลูกข่าย ได้ใช้งาน) การส่งข้อมูลเหล่านั้นไม่ต้องรับทราบหรือตรวจสอบว่าข้อมูลไปถึงปลายทางหรือ ไม่ แต่กลไกการตรวจสอบข้อมูลที่มีการรับส่งจะไปทำในขั้นตอนของโปรโตคอลชั้นที่ สูงแทน
ตัวอย่างขั้นตอนกลไกการทำงานโดยใช้โปรโตคอล UDP มีดังนี้
1. ในชั้นของ Process layer เมื่อโปรแกรมควบคุมอุปกรณ์เครือข่ายเช่น โปรแกรม Network Management ต้องการส่งข้อมูลไปยังอุปกรณ์ที่ต้องการ แอพพลิเคชันนั้นจะติดต่อผ่านโปรโตคอล SNMP ในชั้น Process layer
2. โปรโตคอล SNMP จะติดต่อกับโปรโตคอล UDP ในชั้นถัดไป เพื่อขอติดต่อผ่าน port ที่กำหนด
3. โปรโคคอล SNMP เตรียมข้อมูลที่จะส่ง รวมทั้งที่อยู่ปลายทาง
4. โปรโตคอล SNMP ส่งผ่านข้อมูลให้โปรโตคอล UDP ที่อยู่ในชั้น Host-to-Host layer
5. โปรโตคอล UDP ทำหน้าที่ผนึกข้อมูลหรือ datagram นั้นไปกับโปรโตคอล IP ในชั้นถัดลงไป เพื่อส่งข้อมูลออกจากเครื่อง
ซึ่งจะเห็นว่ามีกลไกที่ต่างจากการส่งข้อมูลด้วยโปรโตคอล TCP ซึ่งจะต้องมีการติดต่อกันก่อน และทั้งสองฝ่ายรับทราบการรับส่งข้อมูลของช่องการส่งข้อมูลนั้น
Internetwork layer
ในระดับล่างต่อมาในชั้น Internetwork layer มีหน้าที่ส่งผ่านข้อมูลในระหว่างเครือข่าย โดยมีโปรโตคอลที่ทำงานเป็นกลไกสำคัญในการส่งผ่านข้อมูลไปยังเครือข่ายใดๆ บนอินเตอร์เน็ต คือ โปรโตคอล IP (Internet Protocol) นอกจากนี้ในชั้น Internetwork layer ยังมีโปรโตคอลทำงานอยู่ด้วยอีก 2 ชนิดคือ โปรโตคอล Internet Control Message Protocol (ICMP) และโปรโตคอล Address Resolution Protocol (ARP)
โปรโตคอล IP
โปรโตคอล IP ทำหน้าที่ให้บริการส่งผ่านข้อมูลที่มาจาก Host-to-Host layer เพื่อส่งข้ามไปยังเครือข่ายใดๆ ได้อย่างถูกต้อง แม้ว่าจะมีเครือข่ายเชื่อมต่อกันอยู่ในอินเตอร์เน็ตเป็นล้านเครือข่ายก็ตาม เนื่องจากโปรโตคอล IP มีข้อมูลตำแหน่ง IP ปลายทางที่จะส่งข้อมูลไปให้ โดยทำงานร่วมกับอุปกรณ์ Router เพื่อส่งข้อมูลข้ามเครือข่ายออออกไปได้ ตัวโปรโตคอล IP จะทำงานแบบ packet switching คือมีการส่งข้อมูลผ่านสวิทซ์(switch)ไปยังปลายทาง โดยข้อมูลจะเดินทางไปยังเครือข่ายต่างๆผ่านสวิทซ์นี้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะถึง ปลายทาง ตัววงจรผ่านหรือ switch นี้อาจจะเป็น Gateway หรือ Router ในระบบเครือข่ายก็ได้ ซึ่งในข้อมูลของโปรโตคอล IP จะมีข้อมูลของหมายเลข IP ปลายทางที่จะส่งข้อมูลไปและเมื่อถึงเครือข่ายปลายทางแล้ว จะมีกลไกแปลงหมายเลข IP ให้เป็นหมายเลขฮาร์ดแวร์ประจำเครื่องที่ถูกต้องอีกทีหนึ่งด้วยโปรโตคอล ARP ตามรูปด้านล่างนี้ จะแสดงการติดต่อกันระหว่างโปรโตคอลในชั้นของ Host-to-Host layer และ Internetwork layer
โปรโตคอล ICMP
หน้าที่หลักของโปรโตคอล ICMP (Internet Control Message Protocol) คือ การแจ้งหรือแสดงข้อความจากระบบ เพื่อบอกให้ผู้ใช้ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นในการส่งผ่านข้อมูลนั้น ซึ่งปัญหาส่วนมากที่พบคือส่งออกไปไม่ได้ หรือปลายทางรับข้อมูลไม่ได้ เป็นต้น นอกจากนี้โปรโตคอล ICMP ยังถูกเรียกใช้งานได้จากเครื่องเซิร์ฟเวอร์และ Router อีกด้วย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ใช้ควบคุม ส่วนรูปแบบการทำงานของโปรโตคอล ICMP นั้นจะทำงานควบคู่กับโปรโคคอล IP ในระดับเดียวกัน และข้อความต่างๆที่แจ้งให้ทราบจะถูกผนึกอยู่ภายในข้อมูล IP (IP datagram)อีกทีหนึ่ง
โปรโตคอล ARP
โปรโตคอล ARP (Address Resolution Protocol) ถูกเรียกใช้งานโดยโปรโตคอล IP เพื่อช่วยแปลงหมายเลข IP ไปเป็นหมายเลขฮาร์ดแวร์ปลายทาง ตัวอย่างเช่น เว็บเซิร์ฟเวอร์เครื่องหนึ่งเชื่อมต่ออยู่ในเครือข่ายอินเตอร์เน็ต และในการเชื่อมต่อนี้ต้องอาศัย Network Interface Card (NIC) หรือ LAN Card ติดตั้งอยู่ ที่ Lan card นี้เองจะมีหมายเลขเฉพาะประจำฮาร์ดแวร์ที่ไม่ซ้ำใคร เพื่อใช้ในการอ้างอิงการส่งข้อมูลในเครือข่าย แต่เมื่อมาใช้ในโปรโตคอล TCP/IP ก็จะต้องมีการกำหนดหมายเลข ip address ประจำตัวเพื่อใช้อ้างอิงกัน และโปรโตคอล ARP จะทำหน้าที่แปลงค่าหมายเลข IP ให้เป็นหมายเลขฮาร์ดแวร์จริงให้ในระดับการทำงานที่ Internet layer นี้ซึ่งกลไกการแปลงเรียกว่า Address resolution
Network Interface layer
เนื่องจากในด้านกายภาพของเครือข่ายนั้น มีหลายวิธีการและหลายรูปแบบในการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย แต่อย่างไรก็ตามในเครือข่ายอินเตอร์เน็ตนี้ ข้อมูลหรือ IP Datagram จะถูกถ่ายทอดและส่งผ่านไปยังปลายทางโดยไม่คำนึงถึงรูปแบบการเชื่อมต่อทาง กายภาพ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครือข่ายใยแก้วนำแสงหรือเครือข่ายสาย Unshielded Twist pair (UTP) เชื่อมต่อเป็นแบบเครือข่าย Ethernet ธรรมดาหรือเครือข่าย Token Ring, ATM, ISDN ฯลฯ ก็ตาม
การทำงานระดับล่างสุดต่อจาก Internetwork layer จะเป็นการแปลงข้อมูล IP datagram ให้อยู๋ในรูปที่เหมาะสม และแปลงสัญญาณไฟฟ้าส่งไปยังเครือข่ายต่อไป ซึ่งในชั้น Network Interface Layer นี้เทียบกับมาตรฐาน OSI Model แล้วจะเป็นการรวมเลเยอร์ 2 เลเยอร์เข้าด้วยกันคือ Datalink layer และ Physical layer กล่าวโดยสรุปคือ การทำงานตามโครงสร้างของโปรโตคอล TCP/IP จะมีลักษณะดังรูปด้านล่างนี้
ตารางสรุปหมายเลขบางส่วนของ Port ที่ใช้งานโดย TCP และ UDP
| โปรโตคอลที่ใช้งาน | Port หรือ Socket เชื่อมต่อ (เลขฐาน10) | โปรโตคอลในระดับ Host-to-Host | รายละเอียด |
| BootP | 67 | UDP | BOOTstrap Protocol ด้านเซิร์ฟเวอร์ |
| BootP | 68 | UDP | BOOTstrap Protocol ด้านไคลเอนต์ |
| DHCP | 67 | UDP | Dynamic Host Configuration Protocol ด้านเซิร์ฟเวอร์ |
| DHCP | 68 | UDP | Dynamic Host Configuration Protocol ด้านไคลเอนต์ |
| DNS | 53 | UDP/TCP | Domain Name System |
| FTP | 21 | TCP | File Transfer Protocol ด้านเซิร์ฟเวอร์ที่ควบคุม |
| FTP | 20 | TCP | File Transfer Protocol ด้านเซิร์ฟเวอร์ที่ส่งข้อมูล |
| HTTP | 80 | TCP/UDP | Hyper Text Transfer Protocol ด้านเซิร์ฟเวอร์ |
| NetBT | 138 | UDP | NetBIOS datagram service |
| NetBT | 139 | TCP | NetBIOS session service |
| SNMP | 161 | UDP | Simple Network Management Protocol ด้าน agent |
| SNMP | 162 | UDP | SNMP trap manager |
| Telnet | 23 | TCP | Teletype Network Protocol |
| TFTP | 69 | UDP | Trivial File Transfer Protocol |
| WINS | 137 | UDP | Windows Internet Name Service |
การทำงานของ TCP/IP
กล่าวสรุปคือ โปรโตคอล TCP/IP ทำงานโดยแบ่งชั้นเทียบกับ OSI Model ได้ กลไกในการทำงานของโปรโตคอล TCP/IP มี 4 ชั้น ซึ่งในชั้นแรก คือ Process layer ทำหน้าที่ติดต่อกับแอพพลิเคชันและโปรโตคอลที่แอพพลีเคชันนั้นๆใช้งาน และส่งต่อมาให้ชั้น Host-to-Host layer เพื่อติดต่อกันระหว่างเครื่องเซิร์ฟเวอร์ให้บริการกับเครื่องผู้ขอใช้บริการ ในชั้นนี้จะมีการสร้าง session หรือการเชื่อมต่อระหว่างระบบขั้นตามแต่ละโปรโตคอลที่ต้องการ ต่อมาเป็นการผนึกข้อมูลไปเป็น IP datagram ที่ชั้น Internetwork layer โดยอาศัยโปรโตคอล IP เพื่อให้สามารถติดต่อส่งข้อมูลข้ามเครือข่ายไปยังเครือข่ายและเครื่องที่ถูก ต้องได้ และสุดท้ายการส่งข้อมูลออกสู่โลกภายนอกต้องอาศัยกลไกในชั้น Network Interface Layer โดยอาศัยโปรโตคอล IP เพื่อให้สามารถติดต่อส่งข้อมูลออกสู่โลกภายนอกต้องอาศัยกลไกในชั้น Network Interface layer เพื่อแปลงข้อมูลใหม่ เพิ่มข้อมูลที่จำเป็นในการอ้างอิงตำแหน่งและแปลงข้อมูลเป็นสัญญาณไฟฟ้าส่ง ออกไปยังเครือข่าย และอาจจะออกไปยัง Gateway หรือ Router เพื่อข้ามเครือข่ายออกไปยังเส้นทางที่กำหนดไว้ในอินเตอร์เน็ตต่อไป
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


